un's profile*** Friend is like the s...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
*** Friend is like the star, not always seen but aways there.***
There are no categories in use.
|
April 01 ปิดเทอมหน้าร้อนเมื่อถึงเดือนเมษา คนเป็นครูก็ต้องได้หยุดทำงานหนึ่งเดือนเต็ม
แต่ทุกปีที่ผ่านมาก็ไม่เห็นจะได้หยุดแบบเต็มที่
ปีนี้ก็คงเหมือนกัน ก็วันนี้วันที่ 1 เมษา ยังนั่งทำงานอยู่ที่โรงเรียน
ก็งานยังไม่เสร็จนี่เนอะ ทำไงได้ ทำตัวเองแท้ๆ
เฮ้อ! ...
อยากไปเที่ยวจัง แต่ไม่รู้จะไปไหน เพราะร้อนสุดๆ
แต่อยากรู้จัง ทำยังไงให้เลิกคิดถึงคนบางคนได้ซะที
ถามตัวเองทุกครั้งที่มันรู้สึกแบบนั้น ไม่ได้อยากจะคิดถึง
แต่ในหัวมันมีแต่เรื่องของคนคนเดียววนเวียนอยู่ตลอดเวลา
ทั้งที่พยายามตัดใจ ทำใจ พยายามทำให้ตัวเองเลิกคิด
แต่ยังไงก็ทำไม่เห็นได้ซะทีเลย
นี้เราจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน
หรือต้องเป็นแบบนี้ตลอดไปหากชีวิตของเรายังต้องเกี่ยวข้องกับเค้าอยู่นะ
เฮ้อ! ...
January 27 ไม่ได้เข้ามาซะนานตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่นะ
ความรื่นรมย์ในชีวิตมันหายไปไหนหมด
พูดกับใครหลายๆ คนว่ามีความสุขดี
แต่พอต้องนั่งทำงานที่ไม่อยากทำ
ขนาดจะนั่งตัวตรงๆ เพื่อให้ดูเหมือนว่ากำลังทำงานอย่างจริงจังยังทำไมได้เลย
บางครั้ง...ความผิดพลาดหลายๆ อย่างของเรา
ก็เกิดจากความไม่เข้มแข็งของตัวเราเอง
November 10 Friday Concertบ่นว่าอยากดูคอนเสิร์ต แล้วก็ได้ดูสมใจ
21 ต.ค. Body Slam : Save My Live Concert
คอนเสิร์ตมันส์ดี ได้ตะโกนร้องเพลงเหมือนกับได้ระบายอารมณ์
แต่ไม่ขอบรรยายมากเพราะไม่ใช่ศิลปินคนโปรด
6 พ.ย. ณ รอยัล พารากอนฮอลล์ กับคอนเสิร์ตที่รอคอย
Friday Concert - Love is Sharing 2 ตอน Yesterday Friday and Tomorrow
และแล้ววันศุกร์ ก็ส่งความสุขมาถึง "10 ปี"
คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกของสามหนุ่มวงฟรายเดย์ (Friday)
บอย ตรัย ภูมิรัตน, หนึ่ง เกรียงไกร วงษ์วานิช,ดุลย์ อดุลย์ รัชดาภิสิทธิ์
...ยังมีเสียงเพลงที่ทำให้ใจสดใส ดวงดาวมากมายมีให้เราดูเต็มฟ้า ฉันมีความสุข...
เพลงหวานๆ ดนตรีเพราะๆ มากมายล่องลอยรอบฮอลล์พร้อมบรรยากาศที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ เหมือนกับจะสะกดคนดูทุกคนให้...
...อยู่ในชั่วโมงต้องมนต์ ชั่วโมงที่ใจไหวหวั่น ราวกับดอกไม้ได้ผลิบาน เป็นรักที่มีอยู่ข้างใน...
แต่เพลงเศร้าจากเสียงเจ้าพ่อแห่งเพลงเหงาอย่างพี่บอย ตรัย เล่นเอาน้ำตาร่วงเหมือนกัน
...เพราะฉันได้แต่ยืนมอง มองเธอจากที่ไกล ไม่อาจจะยืนเคียง ยืนอยู่ในหัวใจ
แต่ขอแค่ได้ยืนรอ รอเธออยู่ได้ไหม อาจจะมีวันใด ที่เธอจะมองฉันบ้าง...
นอกจากวงฟรายเดย์จะขนทั้งเพลงเก่าและใหม่ทั้งสามอัลบั้มยังมีเพลงที่ผลงานส่วนตัวมาร้องให้ฟังด้วย ไม่นึกเหมือนกันแฮะว่าจะได้ยินพี่หนึ่งร้องเพลง "ฟัง" ด้วยตัวเค้าเอง
...ฟ้าตอนเช้า แสงจางๆ รักบางๆ ปนคิดถึง หวังเล็กน้อยว่าเธอคงฟังว่าเลิฟ หวานน้อยๆ ลอยจากหัวใจ...
มีแขกรับเชิญอย่างพี่บอย โกสิยพงษ์ กับ นภ พรชำนิที่มาร้องเพลง "แค่เพียงฉันและเธอ" เพลงธีมของคอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้ มีจั๊กจัน และที่สำคัญ สมาชิก 2days ago kid ที่ขนกันมาครบจนล้นเวที และถ้าให้นับว่าแต่ละคนเป็นสมาชิกวงอะไรกันบ้างก็คงจะเกินสิบวง (ดีจังที่พี่ปอย Portrait มาด้วย)
ไม่คิดว่าคอนเสิร์ตจะเล่นมาราธอนขนาดนี้นะ เริ่ม 2 ทุ่มครึ่ง เลิกเอาเกือบเที่ยงคืน และนึกว่าจะไม่ได้ยินเพลงสำคัญซะแล้ว
...จะพยายามให้เธอ เว้นที่ภายในดวงใจของเธอให้กับฉันได้ยืน รกร้างเยือกเย็นเดียวดายเจียนตายไม่หวั่น จะทำใจ แบ่งใจให้ฉันนิดนึงพอ...
เพลงที่ทำให้เรารู้จักวงนี้ และตกหลุมรักวงนี้มาเกือบ 10 ปีแล้วด้วย
...จึงมอบเสียงเพลงพูดแทนทุกอย่าง ที่ในใจฉันมี มากมายเท่าไรให้บทเพลงนี้พูดแทนฉัน เพื่อให้รู้ว่าชีวิตทั้งหมด ฉันจะมอบให้เธอเท่านั้น...
เพลง "สิบปี" ที่เป็นเหมือนสิ่งที่แทนความผูกพันระหว่าง "วันศุกร์" กับคนที่รักเพลงที่ฟังแล้วมีความสุขของวงนี้
ชอบตอนจบของคอนเสิร์ตจังที่พี่บอยเรียกคนที่อยู่ข้างหลังให้ขึ้นมาหน้าเวที (อยู่ข้างหน้าอยู่แล้วเลยนั่งอยู่กับที่) รู้สึกว่าเค้าอยากจะให้คนดูทุกคนรับความรู้สึกดีๆ ที่พวกเค้ามอบให้ให้ได้มากที่สุด
...กลับมาได้รึเปล่า กลับมาหาฉันทีได้ไหมคนดี...
คอนเสิร์ตจบด้วยเพลงนี้เหมือนกับจะบอกว่า วงฟรายเดย์กับทุกๆ คนยังไงก็ต้องกลับมาเจอกันอีก
เฮ้อ...ได้ฟังเพลงเพราะๆ ได้นั่งดูผู้ชายขี้อายอย่างพี่บอยพูดผิดๆ ถูกๆ แล้วทำท่าเขินๆ บนเวทีนี่มีความสุขดีจัง เมื่อไหร่จะได้ดูอีกก็ไม่รู้ แล้วเมื่อไหร่พี่หนึ่งจะมีคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบของ Sleeper 1 บ้างนะ (หรือมีไปแล้วแล้วเราไม่รู้หว่า)
ปล. ขอบคุณโอ๊ะที่จ่ายค่าบัตรคอนเสิร์ตให้ก่อน ขอบคุณที่ให้ที่พักพิง (อีกแล้ว) ต่อจากนี้ไปเอิงจะไม่เข้ากรุง 3 เดือน (โอ๊ะบอกว่ามันก็พูดอย่างนี้ทุกที แต่ไม่ค่อยจะเกิน 2 อาทิตย์ก็เห็นหน้ามันอีกแล้ว) อย่าเพิ่งเบื่อเรานะ^____^555
ปล.2 รูปนี่น่ะ ไม่ได้ถ่ายเองหรอก ยืมคนอื่นเค้ามา
September 29 วันครบรอบ 2 ปี วันนี้เป็นวันครบรอบการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครบ 2 ปี ถ้าตามหลักเกณฑ์ที่ตั้งไว้ วันนี้ก็จะเป็นวันที่เราผ่านการทดลองงานในฐานะครูผู้ช่วยครบ 2 ปีแล้วด้วย แต่ตอนนี้คำสั่งอย่างเป็นทางการยังไม่ออก ตำแหน่งของเราก็ยังไม่เลื่อนขึ้น เฮ้อ! เมื่อไหร่คำสั่งจะออกซะทีนะ จะได้ทำเรื่องย้ายกลับบ้านซะที
2 ปีที่ผ่านมา กับการประเมิน ถ้าทำตัวไม่ดี ก็อาจจะถูกประเมินไม่ให้ผ่านได้ ถ้าไม่ผ่าน ก็จะไม่ได้บรรจุเป็นครูเต็มตัว ทั้งๆ ที่ก็ผ่านการสอบแข่งขันมาแล้ว สำหรับเรา เราพยายามทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ หน้าที่ของความเป็นครู เราไม่ได้ทำแค่เพื่อให้ผ่านการประเมิน คนอื่นเค้ามองเราแบบไหนไม่รู้นะ แต่เราก็คิดว่าเรามีจรรยาบรรณของความเป็นครูอยู่มากพอ และเราก็ปฏิบัติได้ตามนั้นด้วย แต่งานครูไม่ได้มีแค่งานสอน งานอย่างอื่นที่อยู่ในส่วนรับผิดชอบของเรา เราก็ทำอย่างเต็มที่ และบางทีก็ทำงานในส่วนที่ไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบมากเกินไปด้วยซ้ำ จนมีบางคนเคยบอกกับเราว่า ถ้าเราย้ายไปจริงๆ เราก็คงจะไม่ใช่เพียงสายลมที่พัดผ่านจากที่นี่ไปอย่างแผ่วเบาหรอก
ในช่วงปีแรกของการบรรจุ ด้วยความไม่คุ้นชินกับระบบราชการ ความด้อยประสบการณ์ และความบ้าบิ่นของตัวเราเอง ทำให้เราไม่รู้เลยว่า การทำให้คนที่เคยชื่นชมเรากลับเกลียดเราได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำน่ะเป็นยังไง ทั้งๆ ที่มีคนคอยเตือนถึงความตรงเกินเหตุและการที่ชอบผ่าซากอยู่เสมอของเราว่ามันอันตราย และแล้ว ผลของการไม่ระวังตัวในครั้งนั้น มันก็ยังส่งผลเสียมาถึงเราได้จนถึง ณ ปัจจุบันนี้ ก็เลยรู้ซึ่งเลยว่าไฟแห่งความโกรธเกลียดน่ะ มันร้ายแรงซะจนความเป็นจริงและความยุติธรรมใดๆ ก็ไม่อาจดับมันลงได้
ช่วงปีที่สอง ปีแห่งความรุ่งโรจน์ในฐานะของครูผู้ช่วย ผลงานออกมาเป็นที่ยอมรับ การที่ทำให้นักเรียนหลายต่อหลายคนได้รับรางวัลหลายต่อหลายครั้งเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ไฟแห่งโทสะที่แม้ไม่ถึงขั้นลุกโชน ก็ยังมีควันไฟที่สามารถบดบังทุกความพยายามของเราได้หมด ไม่เป็นไรหรอก ถึงอย่างไรการปิดทองหลังองค์พระปฏิมาก็เป็นเรื่องที่ดี คนบางคนถึงเค้าไม่อยากจะรับรู้ แต่เราก็มั่นใจว่าสิ่งที่เราทำมันก็คงไปรบกวนสามัญสำนึกของเค้าได้บ้าง เว้นแต่ว่า คนๆ นั้นจะไม่มีสามัญสำนึกเท่านั้นเอง
แต่วันนี้ตัวเราเองสำนึกรู้แล้วว่า จะสำคัญตัวเองไปใยเล่า เรามันก็แค่คนตัวเล็กๆ เหมือนอย่างคำกล่าวของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ "มนุษย์เป็นเพียงผงธุลีโง่ๆ ที่อยู่บนโลก เมื่อเทียบกับภูเขา มนุษย์ก็กะจิ๊ดริด ยิ่งเทียบกับทางช้างเผือก มนุษย์ยิ่งไม่มีค่า" นั่นสินะ สิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราคิดว่ามันน่าจะสำคัญและมีความหมาย จริงๆ แล้วมันอาจจะไม่มีคุณค่าอันใดเลยก็ได้ เพราะเราเองก็ไม่ได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เราทำด้วยความจำใจมากนักหรอก คุณค่าของคนที่เป็นครู อยู่ที่การสอนเด็กให้มีพัฒนาการทางด้านความคิด สติปัญญา และความเจริญทางด้านคุณธรรมจริยธรรมต่างหากล่ะ
และตอนนี้ คงจะต้องไปรื้อฟื้นกลวิธีการทำ case study กับทฤษฎีจิตวิทยาบางเรื่องมาแก้ปัญหาของนักเรียนกลุ่มหนึ่งให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นให้จงได้ ถ้างานนี้สำเร็จ นี่แหละจะเป็นสิ่งที่ภูมิใจที่สุดมากกว่าทุกอย่างที่ทำในสองปีที่ผ่านมาเลยแหละ
...แล้วค่อยฉลองการเลื่อนตำแหน่งให้ตัวเองแล้วกันนะ
July 24 อาการเหนื่อยอย่างหนักเฮ้อ...ถ้าเวลาของคนเรามีซักสามสิบชั่วโมงก็ดีสิเนอะ
เผื่อเราจะได้ทำอะไรที่อยากจะทำมากกว่านี้
ไม่ใช่ต้องคอยทำในสิ่งที่ต้องทำ สิ่งที่คนอื่นสั่งให้ทำ
ก็รู้หรอกว่าเป็นหน้าที่ แล้วเราก็มีความรับผิดชอบพอด้วย
แต่ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้น...เหนื่อยสุดๆ
ก่อนเปิดเทอมตั้งกฎของการฝึกตนอย่างหนักไว้บังคับตัวเอง 20 ข้อ
รู้สึกดีที่ได้พยายามทำ แล้วหลายข้อก็ทำได้ดีซะด้วย
แต่บางข้อก็บังคับตัวเองไม่ได้ แล้วบางข้อก็มีปัญหาอื่นมาทำให้ติดขัด
อย่างเช่น เข้านอนก่อน 5 ทุ่ม แล้วตื่น 6 โมงเช้าเนี่ย
ตอนช่วงไม่ค่อยมีงานก็ทำได้อยู่หรอก
แต่ตอนนี้บางทีทำงานถึงตี 2 จะให้ตื่น 6 โมงคงไม่ไหว
ให้นอนเร็วก็ไม่ได้ แค่ปกติยังนอนเร็วไม่เป็น
แถมช่วงนี้อาการไมเกรนหนักขึ้นเรื่อยๆ เล่นเอาปวดหัวจนนอนไม่หลับ
พอตื่นสายก็ไม่มีเวลาทำกายบริหารยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
โรคกล้ามเนื้ออักเสบก็กำเริบอีกตะหาก เฮ้อ...เมื่อไหร่จะมีเวลาพักรักษาตัวบ้างเนี่ย
จริงๆ แล้วอยากมีเวลาไปดูคอนเสิร์ตมากกว่า
ทำไมคอนเสิร์ตของ BSO ไม่ค่อยจะมีตอนวันหยุดเลยน้า
แล้วเด็ก ตจว. อย่างเราจะไปดูได้ยังไง
เฮ้อ...อยากดูไวโอลีนคอนแชร์โตก็อดดูตามระเบียบ เมื่อไหร่จะมีอีกละเนี่ย
เอาล่ะ...มีเวลาว่างมีบ่นซะ 10 นาทีนี่ก็บุญแล้วนะช่วงนี้
เมื่อไหร่จะได้สอนอย่างเดียวโดยไม่ต้องทำงานอย่างอื่นนะเนี่ย
แล้วเมื่อไหร่จะได้ย้ายกลับบ้านซะที...เบื่อคนแถวนี้จะตายอยู่แล้ว
|
|||
|
|